ภาษีร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าขายของออนไลน์หรือตลาดนัด

  • Post author:
  • Post category:Blogging

ต้องยอมรับเลยว่าในยุคสมัยนี้ การขายของออนไลน์ เป็นอาชีพที่ยอดนิยมเลยในเวลานี้ แล้วต้องยอมรับเลยว่าเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสร้างร้านอีกด้วย และยังสามารถทำรายได้ดีมากเลย เราจะประหยัดงบประมาณในการลงทุนมากไม่ว่าจะเป็น การสร้างร้าน ประหยัดน้ำมัน และอื่นๆอีกมากมาย จึงทำให้หลายคนนั้นหันมาขายของออนไลน์มากขึ้น และจึงทำให้หลายคนนั้นลาออกจากงานประจำกันซะส่วนใหญ่ แน่นอนว่าการที่เรามีรายได้นั้น จำเป็นจะต้องมีการเสีย ภาษีร้านค้า จริงๆแล้วสรรพากรนั้นเริ่มจริงจังมากเลยในช่วงนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เราจะต้องยื่นรายได้ให้สรรพากร หลายคนมองว่าการที่เรามีรายได้อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ถึงจะต้องเสียภาษีจำนวนเท่าไหร่ ทั้งๆที่เรานั้นไม่ได้จดเป็นบริษัทในการขายสินค้า จริงๆแล้วเราควรเสียภาษีเป็นไปในรูปแบบของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ภาษีร้านค้า ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงจำเป็นจะต้องเสียภาษี

สำหรับร้านค้าที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 60,000 บาทต่อปีถึงประมาณ 500,000 บาทเราจำเป็นจะต้องมีเอกสารในการยื่นให้สรรพากรได้ดู แต่เราไม่ต้องเสียภาษี และผู้ที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 500,000 บาทจำเป็นจะต้องเสียภาษีและยื่นเอกสารให้ครบและการเสียภาษีนั้นจะอยู่เริ่มต้นที่ 1 บาทหรือร้านไหนมีรายได้เข้าสู่ร้านประมาณ 1 ล้านบาทจำเป็นจะต้องเสียภาษีประมาณ 11,000 บาทและสุดท้ายร้านค้าที่มีรายได้มากกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไปจำเป็นจะต้องเสียภาษีให้สรรพากรอยู่ที่ 63,000 บาทแล้วถ้าเกิดว่าร้านคุณมีการยื่นเอกสารในค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าวัตถุดิบหรือค่าต้นทุนในการประกอบร้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าขนส่งด้วย ลูกจ้าง ที่มีส่วนจ่ายสำหรับรายได้ที่เรารับเข้ามา มันสามารถลดจำนวนเงินที่เราจะต้องเสียภาษีไป

ร้านค้าออนไลน์

ร้านค้าออนไลน์จะแยกไปเลยว่าเป็นการเสียภาษีในการคิดแบบไหน เพราะว่าเนื่องจากว่าร้านค้าออนไลน์นั้นไม่จำเป็นก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้าเอง เป็นการซื้อมาแล้วก็ขายไป มันจะหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ตามมาตราประมาณ 60% สำหรับร้านค้าที่เข้าข่ายในการซื้อไปและขายมา ในส่วนที่หักตามจริงนั้น จะเป็นในรูปลักษณะของร้านค้าที่ผลิตสินค้าเอง แน่นอนว่าคุณจำเป็นจะต้องยื่นเอกสารเพื่อความถูกต้องของคุณเอง หรือจะเป็นแบบการหักภาษีแบบเหมาจ่ายที่คิด 0.5 เปอร์เซ็นต์สมมุติว่าคุณมีรายได้ขายของออนไลน์อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท

สำหรับร้านค้าตลาดนัด

แยกแยะเป็น 2 แบบก็คือภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม แน่นอนว่าร้านค้าธรรมดานั้นจำเป็นจะต้องเสียเงินจ่ายภาษีเป็นภาษีในรูปแบบของภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา มันจะคำนวณจากเงินที่ได้จากการสุทธิ แต่ถ้าจดทะเบียนนั้นจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกกันว่านิติบุคคลหรือในนามห้างหุ้นส่วน มันจะคำนวณจากรายได้บริสุทธิ์ สมมุติถ้าเรามีรายได้การขายตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1,800,000 บาทไม่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่มนะ ที่มาจากรายรับจากการขายเท่านั้น เราจำเป็นจะต้องยื่นเอกสารคำร้องขอจดทะเบียนภาษี ถ้าเกิดถ้าใครมีภาษีมูลค่าเพิ่มก็จะต้องเสียเพิ่มเติม 

JBO เว็บพนันออนไลน์ที่ดีที่สุดมาแรงที่สุดในขณะนี้