ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

เมื่อวานนี้เราจะพาทุกท่านมาเรียนรู้กับสิ่งที่ทุกคนจะต้องรู้เอาไว้ เพราะเชื่อได้เลยว่าไม่ช้าก็เร็วทุกคนน่าจะได้ใช้มันนั่นก็คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเอาง่ายๆว่ามันเป็นสิ่งที่ทุกคนควรที่จะเรียนรู้ไว้ มันเป็นเหมือนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างแล้วภาษีที่ดิน ซึ่งทุกคนนั้นน่าจะต้องพบเจอกันอย่างแน่นอน และในทุกวันนี้พูดได้อย่างเต็มปากหรือว่ามันเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก และถ้าคุณเป็นคนที่อยู่ไหนแวดวงอสังหาริมทรัพย์แล้วด้วยหลักข้อเชื่อได้เลยว่าเรื่องภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากแล้วที่สำคัญมันเป็นสิ่งที่ต้องใช้อย่างแน่นอน ดังนั้นเรียนรู้ไว้ก็ไม่เสียหายรู้ไว้ดีกว่าไม่รู้ ดังนั้นเดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กัน ซึ่งมันก็มีหลากหลายขั้นตอนเรามาเรียนรู้กันเลยดีกว่า

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

คืออะไร

คือต้องบอกก่อนว่าภาษีที่เป็นของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น มันเป็นภาษีที่รัฐนั้นจะทำการเก็บภาษีจากประชาชนซึ่งเราไงว่ารูปแบบทั้งหมดมันมีอยู่ 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็นภาษีรายได้อย่างเช่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือแม้แต่กระทั่งภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีจากรายจ่ายในด้านต่างๆ รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีที่หักจากสินทรัพย์ประเภทภาษีมรดก ดังนั้นสำหรับสิ่งปลูกสร้างนั้นก็ถือว่าเป็นภาษีประเภททรัพย์สิน ซึ่งเอาง่ายๆว่าโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นสิ่งที่ประชาชนนั้น ซื้อเก็บเอาไว้สะสมเอาไว้ดังนั้นต้องบอกก่อนว่ามันเป็นภาษีชนิดใหม่ และมันเพิ่งจะเริ่มใช้เมื่อไม่นานมานี้ซึ่งเอาง่ายๆว่าเพิ่งเริ่มใช้เมื่อต้นปี 63 นี้เองวันที่ 1 มกราคมมันเป็นอีกหนึ่งภาษีที่มาแทนภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ถูกตัดออกไปนั้นเอง

ถ้าถามว่ามันเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาแล้วมันเก็บมาจากอะไรเก็บได้อย่างไร ซึ่งต้องบอกก่อนว่ามันเป็นภาษีในรูปแบบใหม่ และมันเป็นภาษีที่จะต้องมีสิ่งที่รัฐใช้เป็นฐานในการจัดเก็บนั้นเอง ซึ่งอาจไงว่าทุกสิ่งทุกอย่างในการเก็บภาษีน้ำมันจะมีฐานภาษีอยู่เสมอ ซึ่งเอาง่ายๆว่ามันก็แค่เพิ่มเข้ามาว่าเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือเราต้องหาริมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งสำหรับบางคนนั้นก็มีอยู่เป็นจำนวนมากเอาง่ายๆว่ารัฐจะสามารถใช้ฐานของภาษีนั้น ในการประเมินว่าภาษีแต่ละของบุคคลนั้นจะต้องจ่ายคนละเท่าไหร่ ซึ่งเอาง่ายๆว่ามันก็เป็นภาษีที่มาจากการคิดประเมินของกรมธนารักษ์นั่นเอง ซึ่งเป็นส่วนราชการดังนั้นต้องบอกเลยว่าถึงแม้ว่า มันจะเป็นการคิดภาษีมาจากกรมธนารักษ์ก็ตามเป็นแค่เพียงราคาประเมินขั้นต่ำเท่านั้น

สิ่งที่ต้องเสียภาษี

ในปัจจุบันหลังจากมีการออกกฎหมายใหม่มาใช้แล้วก็ได้มีการวางเอาไว้ว่าทรัพย์สิน ที่ต้องเสียภาษีนั้นมันมีอะไรบ้างซึ่งเรามาดูกันเลยดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือแม้กระทั่งที่ดินอาคารตึก ไม่ว่าจะเป็นของบุคคลที่ใช้เข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยหรือเป็นสถานที่เก็บสินค้าหรือโกดัง รวมถึงพื้นที่ในการทำอุตสาหกรรมพาณิชย์หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่สามารถใช้หาประโยชน์ได้แต่ในนี้ต้องบอกก่อนว่าจะไม่รวมพวกเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเราย้ายว่าถ้าเป็นพวกเครื่องจักร อะไรมันไม่เกี่ยวห้องแต่สำหรับพื้นที่หรือสิ่งปลูกสร้างที่สามารถใช้หาประโยชน์ได้นั้น ก็จำเป็นที่จะต้องมีการจ่ายภาษีเพื่อใช้ในการบำรุงท้องที่

อัตราในการเก็บภาษี

โดยส่วนใหญ่แล้วการกำหนดนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับกฎหมาย ซึ่งอัตราในการเก็บภาษีสูงสุดร้านที่รัฐจะได้รับงั้นก็คือภาษีต่ำกว่าอัตราสูงสุดสั่งว่าในแต่ละฉบับนั้น อาจจะมีการปรับอัตราสูงสุดที่แตกต่างกันอย่างปี 2563 หรือ 2564 กว่าจะมีอัตราในการเก็บภาษีที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่แล้วมันก็มักจะเป็นไปตาม มาตราของพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นเอง 

  • ส่วนใหญ่แล้วที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการทำเกษตรกรรมภาษีจะไม่เกินร้อยละ 0.15 %
  • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยภาษีจะไม่เกินร้อยละ 0.3 %
  • สำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ที่ไม่ใช่เกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยภาษีจะไม่เกินร้อยละ 1.2 %
  • และที่ดินสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ภาษีไม่เกินร้อยละ 1.2 %

สิ่งที่คุณควรจะรู้เอาไว้เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ในปัจจุบันนั้นได้มีการวางกฎหมายเอาไว้ว่าใน 4 ปีแรกของการบังคับใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ต้องบอกก่อนว่าตามกฎหมายแล้วก็ได้มีตัวช่วยเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะได้ลดภาระภาษีของเจ้าของทรัพย์สินที่มีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มากกว่าภาษีโรงเรือนในรูปแบบภาษีบำรุงท้องที่เดิม และจะมีความเป็นธรรมให้กับสังคมและลดช่องโหว่ทางกฎหมาย ที่จะเป็นตัวที่ทำให้รัฐนั้นเสียประโยชน์จากเจ้าของที่ดินที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเอาง่ายๆว่ามันก็ยังมีช่องโหว่สมมุติว่าเจ้าของที่ดิน 1 รายมีที่ดินกระจายทั่วไปมีหลายท้องที่ก็จะได้รับข้อยกเว้นจะได้ว่า มันเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายถึงแม้ว่าในปัจจุบัน จะยังไม่ชัดเจนมากสักเท่าไหร่นะแต่ก็มีแนวทางในการปฏิบัติอยู่เช่นเดียวกัน